ร้อง “สนง.สลากฯ” กี่ครั้งก็เหมือนเดิม!! “อดีตนักกีฬาคนพิการ” สุดทนโดนเอาเปรียบ ลั่นถึงเวลารัฐบาลต้องจัดการ

ร้อง “สนง.สลากฯ” กี่ครั้งก็เหมือนเดิม!! “อดีตนักกีฬาคนพิการ” สุดทนโดนเอาเปรียบ ลั่นถึงเวลารัฐบาลต้องจัดการ

ร้อง "สนง.สลากฯ" กี่ครั้งก็เหมือนเดิม!! "อดีตนักกีฬาคนพิการ" สุดทนโดนเอาเปรียบ ลั่นถึงเวลารัฐบาลต้องจัดการ "โควต้าหวย"จริงจัง หยุดวงจรกอบโกยผลประโยชน์ชาติมหาศาล

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต้องจับตา เมื่อวงการสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังเลี่ยงไม่พ้นข้อครหาเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาของกลุ่มคนพิการ โดย ศุภชัย สงพินิจ อดีตนักกีฬากรีฑาคนพิการทีมชาติไทย พร้อมด้วย สุนทร บุญยิ่ง หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กลุ่มธรรมาภิบาล ได้มาร่วมรายการ Top News Talk เปิดโปงขบวนการจัดสรรโควตาสลากที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งลิดรอนสิทธิ์ของนักกีฬาคนพิการมานานหลายปี

โดย “ศุภชัย” เปิดเผยความยากลำบากในการจัดหาสลากฯมาจำหน่าย ว่า หากนักกีฬาคนพิการได้รับโควตาในราคาปกติ (ประมาณ 70-74 บาท) และนำไปขายต่อในราคา 80 บาท จะได้กำไรใบละ 10 บาท ซึ่งรายได้รวมต่อเดือนเมื่อขายได้ 5 เล่ม จะตกอยู่เพียงแค่ประมาณ 10,000 บาทเท่านั้น

แต่ความเป็นจริงในปัจจุบัน พวกตนกลับต้องไปรับซื้อสลากจากยี่ปั๊วในราคาเล่มละ 8,000 – 9,000 กว่าบาท ทำให้งวดหนึ่งต้องแบกรับต้นทุนเงินสดสูงถึง 40,000 – 50,000 บาท และต้องรับความเสี่ยงเองหากขายไม่หมด

“ผมไม่ได้ขอฟรี ผมก็ไปซื้อมาขายเหมือนกัน ผมแค่อยากใช้สิทธิประโยชน์ของผมตรงนี้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายศุภชัยกล่าว

“ศุภชัย” ยังสะท้อนความเจ็บปวดจากการทำงานของหน่วยงานรัฐว่า ตนได้เดินสายร้องเรียนมาแล้วหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ป.ป.ท. แต่เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า “เงียบเป่าสากยังดังกว่า ผมยื่นสำนักงานสลากฯมา 2 รอบแล้ว พอเราเข้าไปปุ๊บ เขาก็จะบอกว่าไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของเขา แล้วก็เตะเรื่องให้ไปหน่วยงานอื่น”

ร้อง “สนง.สลากฯ” กี่ครั้งก็เหมือนเดิม!! “อดีตนักกีฬาคนพิการ” สุดทนโดนเอาเปรียบ ลั่นถึงเวลารัฐบาลต้องจัดการ

หนักไปกว่านั้น สำนักงานสลากฯ เคยปฏิเสธที่จะเรียกคู่กรณีหรือตรวจสอบเส้นทางการเงินจากหลักฐานที่เขายื่น โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าหลักฐานไม่ชัดเจนพอ หากเรียกมาอาจโดนฟ้องกลับได้ และล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีหน่วยงานตอบกลับเอกสารร้องเรียนว่า การจัดสรรสลากโดยไม่มีชื่อของตนนั้น เป็นเพียงการ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” และจะอนุโลมให้แก้รายชื่อ ซึ่ง ศุภชัยตั้งคำถามกลับอย่างช้ำใจว่า การกระทำเช่นนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์มาถึง 8-10 ปีได้อย่างไร ทั้งที่ผู้ที่ได้รับโควตาไปบริหารก็มีสภาพร่างกายเป็นคนพิการเหมือนกัน ย่อมรับรู้ความลำบากเป็นอย่างดี แต่กลับไม่ช่วยเหลือกัน

ด้าน “สุนทร บุญยิ่ง” หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กลุ่มธรรมาภิบาล กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาช่วยเหลือว่า ตนเคยเห็นภาพคนพิการไปต่อคิวรับสลากจำนวนมาก จึงเกิดคำถามว่าทำไมอดีตนักกีฬาทีมชาติที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติจึงไม่ได้รับการจัดสรรโควตาของตนเองอย่างถูกต้อง

ทางกลุ่มฯ จึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของผู้อำนวยการและคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่าได้ทำหน้าที่อะไรบ้างกับสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในทุกวันนี้

“สุนทร” เน้นย้ำว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการที่สำนักงานสลากฯ ไม่ใช้กฎหมายควบคุมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้นเรื่องทั้งหมด อำนาจการจัดการอยู่ที่ผู้อำนวยการและคณะกรรมการ แต่เหมือนกับว่ามองไม่เห็น ผ่านแล้วผ่านไป ไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่ไปดำเนินการให้บุคคลที่เดือดร้อน”

แม้โควตาสลากกว่า 31 ล้านใบจะถูกกระจายผ่านกลุ่มมูลนิธิและสมาคมคนด้อยโอกาส แต่สุดท้ายสลากเหล่านั้นก็ไปรวมอยู่ที่ “กลุ่มผลประโยชน์” โดยที่สำนักงานสลากฯ ไม่เคยไปตรวจสอบไส้ในว่าสลากกระจายไปถึงมือสมาชิกจริงหรือไม่

“สุนทร” ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ทราบดีอยู่แล้วครับว่าเรื่องเหล่านี้มันมีอะไร แต่เราทำตามขั้นตอน ไม่ได้ไปขัดผลประโยชน์ใคร เพียงแต่ต้องการทำให้ถูกขั้นตอนและให้ความยุติธรรม ช่วยเหลือพวกเขาหน่อย”

พร้อมระบุว่ากลไกการตรวจสอบเรื่องนี้นั้นง่ายมากและไม่ซับซ้อน เพียงแค่ไล่เบี้ยว่า ใครเป็นคนซื้อ รับไปในราคาเท่าไหร่ และนำไปขายให้ใคร เพราะรายชื่อสมาชิกและข้อมูลทุกอย่างมีระบุไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่ารัฐ “จะทำหรือไม่ทำ” เท่านั้น และหากสำนักงานสลากฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบ ก็ควรเป็นหน้าที่ของ DSI หรือ ป.ป.ช. ในการเข้ามาจัดการ

ในตอนท้าย “ศุภชัย” ได้ฝากข้อเรียกร้องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสลากฯ สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี DSI ป.ป.ช. และ ป.ป.ง. ว่า “สิ่งที่อยากได้จริง ๆ คือโควตา และอยากให้ทำเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจัง กำหนดเวลามาเลยว่าจะทำเสร็จเมื่อไหร่ ไม่ใช่ออกมาทำแค่ช่วงเป็นกระแส พอคนเริ่มลืมเรื่องก็เงียบไป ขอความจริงให้กับผมหน่อย”

พร้อมประกาศท้าชนว่า หากผู้ที่ฮุบโควตาไปคิดว่าข้อมูลที่ตนพูดไม่เป็นความจริง ก็พร้อมสู้และให้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้เลย เพราะตนพูดแต่ความจริง!!!

ขอบคุณ... https://www.topnews.co.th/news/1647487

ที่มา: topnews.co.th/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 31 ก.ค. 69
วันที่โพสต์: 31/07/2569 เวลา 14:33:11 ดูภาพสไลด์โชว์ ร้อง “สนง.สลากฯ” กี่ครั้งก็เหมือนเดิม!! “อดีตนักกีฬาคนพิการ” สุดทนโดนเอาเปรียบ ลั่นถึงเวลารัฐบาลต้องจัดการ