'เอส เนิร์ฟ' Unicorn รพ.เฉพาะทาง เปลี่ยนสมอง-พิการ ด้วย Deep Tech

'เอส เนิร์ฟ' Unicorn รพ.เฉพาะทาง เปลี่ยนสมอง-พิการ ด้วย Deep Tech

โรงพยาบาลเอสวางตำแหน่งเป็น Unicorn ของโรงพยาบาลเฉพาะทางในไทย โดยใช้หลักการ ทำตัวให้เยี่ยม เพื่อให้คนอื่นมาเยี่ยมเรา เน้นความเชี่ยวชาญระดับสูงที่เลียนแบบได้ยาก

ปลายปี 2569 เตรียมเปิด "โรงพยาบาลเอส เนิร์ฟ" โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการฟื้นฟูความพิการ รองรับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเชิงลึก และแก้ไขผู้ป่วยที่พิการให้หายพิการได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ความสำเร็จธุรกิจเฮลท์แคร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผลกำไร แต่เกิดจาก “Passion” ของผู้บริหารและองค์กรที่ต้องนำองค์ความรู้ทางการแพทย์และเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อนมนุษย์

“Healthcare” ของประเทศไทย มีการเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลทั่วไปสู่ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Center of Excellence) มากขึ้น และไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นความอยู่รอด โดยการใช้กลยุทธ์เครื่องมือที่ทันสมัย ควบคู่กับ “Technology Mastery” หรือความสามารถในการผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับทักษะของมนุษย์

'เอส เนิร์ฟ' Unicorn รพ.เฉพาะทาง เปลี่ยนสมอง-พิการ ด้วย Deep Tech

ปัจจุบันผู้คนป่วยเป็นโรคที่ยากและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นำมาสู่ความท้าทายด้านสาธารณสุขอย่างมาก เนื่องจากความเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติ ทำให้โรคที่พบมีความซับซ้อน รักษายาก และมักเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดูแลรักษานาน ฉะนั้น การรักษาเฉพาะทางที่จำเป็นจะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ทักษะสูงกว่า เพื่อควบคุม ใช้เครื่องมือแพทย์ให้เต็มประสิทธิภาพ ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภายใต้ความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วน

“โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ” ให้บริการแบบครบวงจร พร้อมขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านกระดูกสันหลังและข้อ เช่น เปลี่ยนเข่า เปลี่ยนสะโพก ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการออกแบบพื้นที่โดยทีมแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับการรักษาและความสะดวกของผู้ป่วย

'เอส เนิร์ฟ' Unicorn รพ.เฉพาะทาง เปลี่ยนสมอง-พิการ ด้วย Deep Tech

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย AI และหุ่นยนต์

นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ” ว่าขณะนี้ทุกโรงพยาบาลต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำมัน และสงครามที่เกิดขึ้น ซึ่งโรงพยาบาลเอสได้รับผลกระทบต่อไตรมาสที่ 1 ประมาณ 10% จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่หายไปจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันมีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติ 15% ส่วนเรื่องการสต๊อกยา หรือเวชภัณฑ์ต่างๆ โรงพยาบาลได้มีการเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว

“โรงพยาบาลวางตำแหน่งเป็น Unicorn ของโรงพยาบาลเฉพาะทางในไทย โดยใช้หลักการ ทำตัวให้เยี่ยม เพื่อให้คนอื่นมาเยี่ยมเรา เน้นความเชี่ยวชาญระดับสูงที่เลียนแบบได้ยาก และให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้มาสร้างประโยชน์และรักษาผู้ป่วยให้หายจากความพิการมากกว่าเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่าบริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง (Center of Excellence) จะยังคงเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก

"การรักษาเฉพาะทางของโรงพยาบาลเอสเน้นจุดแข็งด้านเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery: MIS) ที่ช่วยลดการบาดเจ็บและระยะเวลาพักฟื้น พร้อมทั้งยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยรวมถึงการนำเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) เข้ามาช่วยเป็นผู้ช่วยที่คำนวณทุกอย่างด้วยข้อมูลที่แม่นยำ และก้าวข้ามขีดจำกัดของ “สายตาและประสบการณ์” ของแพทย์เพียงอย่างเดียว อดีตหากการวางองศาผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การเสื่อมของข้อในเวลาเพียง 8 ปี แต่ด้วยการคำนวณที่แม่นยำของ AI อายุการใช้งานของข้อเทียมจะถูกยืดออกไปจากมาตรฐาน 10-15 ปี กลายเป็น 20-30 ปีไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร”นพ.ดิตถพงษ์ กล่าว

'เอส เนิร์ฟ' Unicorn รพ.เฉพาะทาง เปลี่ยนสมอง-พิการ ด้วย Deep Tech

เตรียมเปิดเอส เนิร์ฟ ปลายปี 2569

ตลอดระยะเวลา 9 ปี โรงพยาบาลเอส ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านการรักษากระดูกสันหลังและข้อ ด้วยการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ในการวินิจฉัยและรักษาที่ต้นเหตุ พร้อมมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อที่มีประสบการณ์สูง ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่งผลให้สามารถดูแลผู้ป่วยเคสซับซ้อนที่มีข้อจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลลัพธ์การรักษาที่น่าพึงพอใจ

นพ.ดิตถพงษ์ กล่าวต่อว่า ปลายปี 2569 นี้ โรงพยาบาลเอส เตรียมเปิดโรงพยาบาลเอส เนิร์ฟ (S-Nerve Hospital) ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านระบบประสาทและการฟื้นฟูความพิการ เน้นการรักษาที่ครอบคลุมทั้งส่วนของสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาท เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเชิงลึก และแก้ไขผู้ป่วยที่พิการให้หายพิการได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะกลุ่มโรคระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวหลังการรักษา ทำให้การฟื้นฟูและรักษาด้วยเทคนิคพิเศษอย่างต่อเนื่องมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

เทคโนโลยีช่วยหายจากความพิการ

“ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อม เปรียบสมองเหมือนห้องน้ำที่มีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เมื่ออายุมากขึ้น ท่อระบายน้ำ อาจมีสิ่งสกปรก (ของเสียในสมอง) ไปอุดตัน ทำให้น้ำท่วมและเนื้อสมองเสียหาย ภารกิจของโรงพยาบาล เอส เนิร์ฟ คือการเจาะท่อระบายเพื่อขจัดของเสียเหล่านี้ ซึ่งช่วยรักษาอาการความจำเสื่อมได้ถึง 25% ของผู้ป่วยทั้งหมด ขณะเดียวกันเรามีการนำ Deep Tech มาปรับวงจรไฟฟ้าในสมอง” นพ.ดิตถพงษ์ กล่าว

นอกจากนั้น มีการใช้ Electrical Brain Stimulation เครื่องกระตุ้นสัญญาณไฟฟ้าในสมองเพื่อปรับวงจรไฟฟ้าที่ช็อต หรือเพิ่มกำลังสัญญาณจากสมองไปสู่กล้ามเนื้อ จาก 50% ให้เป็น 160% เพื่อให้ผู้ป่วยอัมพฤกษ์กลับมาขยับร่างกายได้ และมีการผ่าตัดโยกย้ายเส้นประสาทและกล้ามเนื้อส่วนที่ดีมาทดแทนส่วนที่เสีย ร่วมกับการใช้ Exoskeleton (หุ่นยนต์ช่วยเดิน) เพื่อเพิ่ม Health Span (ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี) ให้ใกล้เคียงกับ Life Span (อายุขัย) ให้มากที่สุด

เติบโต 20% รองรับผู้ป่วยทั่วโลก

นพ.ดิตถพงษ์ กล่าวต่อว่าเงินลงทุนโรงพยาบาลเอส เนิร์ฟ ไปประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวในฐานะศูนย์ฟื้นฟูระบบประสาทและความพิการ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รองรับทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง, อัลไซเมอร์ และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ดังนั้น สำหรับโรงพยาบาลใหม่ ตั้งเป้าเจาะตลาดต่างชาติ 75% และไทย 25% โดยมุ่งเน้นกลุ่ม Middle East และยุโรปที่มีกำลังซื้อและเทคโนโลยีสูง แต่ขาดHuman-centric Service และบุคลากรที่พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดแบบไทย

“คาดว่าการเติบโตของโรงพยาบาลเอส เนิร์ฟ ประมาณ 20% เพราะขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับระบบประสาทและฟื้นฟูความพิการ ซึ่งการให้บริการรักษาจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีทีมสหสาขาวิชาชีพ และเป็นการลงทุนเพื่อสร้างศูนย์รวมความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่นำเทคโนโลยีระดับสูง เช่น AI, หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด, และ Exoskeleton (โครงกระดูกภายนอก)หรือเทคโนโลยีหุ่นยนต์สวมใส่ได้ มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้หายจากความพิการ และผสมผสานเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดในการรักษา” นพ.ดิตถพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและจำนวนประชากรที่ลดลง คือโจทย์ใหญ่ที่โรงพยาบาลยุคใหม่ต้องแก้ด้วยเทคโนโลยี เพื่อลดภาระแรงงานพยาบาล Gen Alpha ที่มีทัศนคติต่องานบริการที่เปลี่ยนไป ดังนั้นความสำเร็จของธุรกิจเฮลท์แคร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผลกำไร แต่เกิดจาก “Passion” ส่วนตัวของผู้บริหารและองค์กรที่ต้องตระหนักถึงการนำองค์ความรู้ทางการแพทย์ ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อนมนุษย์ให้หายจากความพิการ

ขอบคุณ... https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1231445

ที่มา: bangkokbiznews.com/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 28 เม.ย. 69
วันที่โพสต์: 28/04/2569 เวลา 14:40:21 ดูภาพสไลด์โชว์ 'เอส เนิร์ฟ' Unicorn รพ.เฉพาะทาง เปลี่ยนสมอง-พิการ ด้วย Deep Tech