ปลัด พม. เปิดมาตรการช่วยน้ำท่วม เร่งฟื้นฟูกลุ่มเปราะบาง ช่วยเงินฉุกเฉิน-ซ่อมบ้าน-ฟื้นฟูอาชีพ
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดมาตรการช่วยน้ำท่วม เร่งฟื้นฟูกลุ่มเปราะบาง ตั้งงบสงเคราะห์ฉุกเฉิน 3,000 บาท เงินซ่อมบ้านผู้สูงอายุและคนพิการ พร้อมมาตรการฟื้นฟูอาชีพ
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดน่านว่า กระทรวง พม. ไม่ได้เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก แต่ทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนตามคำสั่งและแนวทางของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนภูมิภาค จะร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้ที่เคลื่อนย้ายลำบาก โดยใช้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายจากระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-Logbook) เพื่อชี้เป้าและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม สำหรับการช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนเกิดภัย เน้นการป้องกัน เฝ้าระวัง และเตรียมข้อมูลกลุ่มเปราะบาง ระหว่างเกิดภัย สนับสนุนการช่วยเหลือและจัดตั้งศูนย์พักพิงตามที่จังหวัดมอบหมาย และหลังน้ำลดจะเข้าสู่การฟื้นฟูและเยียวยา โดยสำรวจความเสียหายและความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือตามมาตรการของแต่ละหน่วยงานในสังกัด
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. มีเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินช่วยเหลือประชาชนได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนหรือครอบครัว ขณะที่การซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ ในปีหน้าจะเพิ่มวงเงินเป็นไม่เกิน 60,000 บาท รวมค่าวัสดุและค่าแรง ส่วนกรณีบ้านของคนพิการที่ประสบภัยพิบัติ สามารถใช้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมได้ โดยมีวงเงินค่าวัสดุไม่เกิน 100,000 บาท ค่าแรงไม่เกิน 30,000 บาท และค่าระบบน้ำ ไฟฟ้า และประปาไม่เกิน 5,000 บาท รวมสูงสุด 135,000 บาท
นอกจากนี้ หากผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลือด้านอาชีพ กระทรวง พม. สามารถประสานการฝึกอาชีพและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันหากกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่เพียงพอ จะระดมทีม พม. จากจังหวัดอื่นเข้าช่วยพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา เพื่อช่วยเหลือทั้งด้านการดำรงชีวิตและฟื้นฟูสภาพจิตใจ
"การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะดำเนินการอย่างเป็นระบบและไม่ทำงานเพียงลำพัง แต่บูรณาการร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การฟื้นฟูและเยียวยาครอบคลุมความต้องการของประชาชนในทุกมิติ" นายกันตพงศ์ กล่าว
ขอบคุณ... https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/2285507/?bid=1




