กดตัวเลข ‘คลอดก่อนกำหนด’ เหลือ 8% ลดเสี่ยงเด็กไทย ‘พิการ’ ลดครอบครัวเสียเงิน 3 แสนบาท

กดตัวเลข ‘คลอดก่อนกำหนด’ เหลือ 8% ลดเสี่ยงเด็กไทย ‘พิการ’ ลดครอบครัวเสียเงิน 3 แสนบาท

สธ. ผนึก มหาดไทย – กทม. ลดอัตราคลอดก่อนกำหนดไม่เกิน 8% หลังพบตัวเลขยังสูง ส่งผลทำทารกไทยเสี่ยงพิการ สติปัญญามีผลต่อการเจริญวัย แถมหากป่วยมากเพราะคลอดก่อนเวลา ครอบครัวต้องเสียรายได้กว่า 3 แสนบาท จ่อทำแผนเร่งขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก ดูแลแม่และเด็กอย่างเป็นระบบ

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ผู้บริหาร สธ. ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเมื่อไม่นานที่ผ่านมา

พญ.อัมพร เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการคลอดก่อนกำหนดอยู่ที่ประมาณ 9.91% ซึ่งอยู่ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ สธ. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย กำหนดเป้าหมายร่วมกันในการลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดให้ต่ำกว่า 8%

ทั้งนี้ เพราะการคลอดก่อนกำหนดก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งเรื่องความพิการความบกพร่องของทารก ส่งผลต่อสติปัญญาและการเจริญเติบโตของทารกในชีวิตระยะยาว ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัว และยังมีการสูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เช่น การต้องอยู่ในโรงพยาบาลของทารกและคลอดก่อนกำหนดยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี จะส่งผลให้ครอบครัวสูญเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสนบาท

อีกทั้ง ภาวะคลอดก่อนกำหนดสามารถป้องกันได้ หัวใจสำคัญที่สุดคือ การฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด ก่อน 12 สัปดาห์และสม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง รวมทั้ง การระมัดระวังหากมีภาวะเสี่ยง 5 ประการ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจาง การติดเชื้อทางช่องคลอดทางเดินปัสสาวะหรือโรคทางช่องปาก ซึ่งจะต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมติดตามผลการดำเนินงานครั้งนี้ กรมอนามัย และภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายป้องกันการคลอดก่อนกำหนด โดยมีการนำเสนอผลสรุปการจัดทำแผนงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดในพื้นที่นำร่อง 24 จังหวัด ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายและสัญญาณเตือนของการคลอดก่อนกำหนด การคัดกรอง 5 โรคสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยง และการพัฒนากระบวนการรักษาหญิงเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดให้ได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและเหมาะสม

พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยได้นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดปี 2567 - 2568 โดยมีแผนพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขในหน่วยบริการ (Hospital Based) ปี 2569 ให้ดูแลสุขภาพหญิงตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอด และการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด รวมถึงการติดตามพัฒนาการเด็กจนถึงอายุ 2 ปี

นอกจากนี้ ในส่วน มท. และ กทม. ก็ยังได้รายงานความก้าวหน้าและนำเสนอแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ทั้งรูปแบบ Community Based และ Hospital Based เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องเพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินการด้วย

ขอบคุณ... https://www.thecoverage.info/news/content/10425

ที่มา: thecoverage.info/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 13 ม.ค.68
วันที่โพสต์: 13/01/2569 เวลา 13:28:47 ดูภาพสไลด์โชว์ กดตัวเลข ‘คลอดก่อนกำหนด’ เหลือ 8% ลดเสี่ยงเด็กไทย ‘พิการ’ ลดครอบครัวเสียเงิน 3 แสนบาท