เปิดเวทีฟังเสียง ‘คนพิการ’ นนทบุรี ยกระดับ ‘สิทธิบัตรทอง’ ปรับเพื่อให้สอดรับความต้องการ
“สปสช.เขต 4 สระบุรี” จัดเวทีรับฟังความเห็นที่จ.นนทบุรี พาเครือข่ายคนพิการร่วมวงให้ความเห็น – ข้อเสนอแนะ ก่อนรวบรวมข้อมูลเอาไปปรับปรุง-ยกระดับสิทธิบัตรทองสำหรับคนพิการ เผยมีข้อเสนอน่าสนใจ ทั้งให้กองทุน กปท. เพิ่มฟังก์ชันฝึกทักษะล่ามภาษามือช่วยคนหูหนวก ขยายศูนย์ซ่อมกายอุปกรณ์ให้มากขึ้น
ในเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไปสำหรับผู้ให้และผู้รับบริการ ในประเด็น “หลักประกันสุขภาพคนพิการ” จัดโดย มูลนิธิการดำรงชีวิตอิสระคนพิการ ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ เครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี (สปสช.เขต 4 สระบุรี) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2569 ที่เทศบาลนครนนทบุรี จ.นนทบุรี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการ และภาคีเครือข่ายในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้ตอบสนองต่อความต้องการบริการสุขภาพ และบริการสาธารณสุขสำหรับคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี น.ส.ปาณิศรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้
ทั้งนี้ เวทีรับฟังวความคิดเห็นครั้งนี้ มีการจัดกลุ่มเพื่อขอรับฟังความคิดเห็น รวม 5 หมวด ประกอบด้วย 1. การเข้าถึงบริการ 2. สิทธิประโยชน์ และงบประมาณ 3. ระบบส่งต่อ และการบำบัดฟื้นฟู 4. อุปกรณ์ และเทคโนโลยีช่วยเหลือ และ 5. การสื่อสาร และการบริการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการพัฒนาสิทธิประโยชน์ การบริการ และมาตรฐานการดูแลสุขภาพสำหรับคนพิการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เครือข่ายคนพิการจ.นนทบุรี ได้ร่วมกันเสนอข้อคิดเห็นที่สำคัญ อาทิ การขยายขอบเขตการฝึกทักษะ การจัดบริการของศูนย์ดำรงชีวิตอิสระ (IL)จากปีละ 1 ครั้งเป็น 2 ครั้งหรือตามความสามารถของคนพิการ รวมถึงเสนอขอให้มีศูนย์ฝึกพูดในศูนย์รับดูแลเด็กเล็กหรือสถานศึกษาเด็กเล็ก ขยายศูนย์ซ่อมกายอุปกรณ์คนพิการ
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะสำหรับการเปลี่ยนหน่วยบริการของคนพิการผ่านระบบออนไลน์ในกลุ่มผู้ประกันตนที่เป็นคนพิการ รวมถึงการพัฒนาสื่อและช่องทางการสื่อสารสำหรับคนพิการทางการได้ยินได้รับทราบข้อมูล และการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำหรับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน และการฝึกทักษะล่ามภาษามือสำหรับคนพิการทางการได้ยิน (หูหนวก) ในชุมชน เป็นต้น
นอกจาการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อระบบบัตรทองสำหรับคนพิการแล้ว ภายในงาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี (สสจ.นนทบุรี) ยังมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ และบริการสุขภาพสำหรับคนพิการ ขณะที่ตัวแทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี ก็ร่วมบรรยายสิทธิสวัสดิการด้านสุขภาพ และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิทธิ และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขตามระบบบัตรทอง
อีกทั้ง ยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “บทบาทกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.)” โดย นพ.ณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และนายสมศักดิ์ ศรีเพ็ง ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครนนทบุรี ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนสุขภาพในระดับพื้นที่ และแนวทางสนับสนุนการดูแลสุขภาพคนพิการในชุมชน
น.ส.ปาณิศรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยตอนหนึ่งว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือระบบบัตรทอง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญทที่สุดสำหรับประชาชนในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ซึ่งการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อยกระดับระบบัตรทอง จากความคิดเห็นของเครือข่ายคนพิการ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะสะท้อนการเข้าถึงบริการจริงของคนพิการ เพื่อให้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการปรับปรุง พัฒนาระบบบริการสุขภาพ และสิทธิประโยชน์ในระบบัตรทองสำหรับคนพิการได้อย่างเหมาะสม ตอบโจทย์ความต้องการ ทั้งผู้รับบริการที่เป็นคนพิการ และผู้ให้บริการที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์
"ในเวทีรับฟังความคิดเห็นประเด็นหลักประกันสุขภาพคนพิการในครั้งนี้ หัวใจสำคัญของเวทีนี้คือ การรับฟังอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษา การรับกายอุปกรณ์ หรือการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น หรือกองทุน กปท. ซึ่งทุกเสียงและทุกความคิดเห็นในวันนี้ มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อระบบสุขภาพ และจะถูกนำไปขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อปิดช่องว่าง และสร้างระบบหลักประกันสุขภาพที่เข้าถึงง่าย เท่าเทียม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ได้อย่างแท้จริง" รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าว
ในช่วงท้าย สปสช. เขต 4 สระบุรี โดย นายจักรินทร์ ฆ้องวงษ์ ผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่ สปสช.เขต 4 สระบุรี พร้อมด้วยศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง จ.นนทบุรี ได้คืนข้อมูลสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับคนพิการ และขอบเขตบริการของหน่วยบริการเฉพาะด้านคนพิการ (ม.3) และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเครือข่ายคนพิการจังหวัดนนทบุรี โดยจัดกลุ่มความคิดเห็นเป็น 5 หมวด ได้แก่ 1. การเข้าถึงบริการ 2. สิทธิประโยชน์และงบประมาณ 3. ระบบส่งต่อและฟื้นฟู 4. อุปกรณ์ และเทคโนโลยีช่วยเหลือ และ 5. การสื่อสาร และการบริการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการพัฒนาสิทธิประโยชน์ การบริการ และมาตรฐานการดูแลสุขภาพสำหรับคนพิการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำ โดยในข้อเสนอบางประเด็น ทางเครือข่ายคนพิการรักสุขภาพอาจจะต้องขับเคลื่อนกันเอง และบางข้อเสนอนำส่ง สปสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนานโยบายให้เกิดประโยชน์ต่อคนพิการมากขึ้นต่อไป




