คลัง เตือนเร่งทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการ ถึง 20 ก.ย. ถูกสวมชื่อมีรายได้แจ้งสรรพากร
กระทรวงการคลังเตือนผู้ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้เร่งตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายน
กรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากถูกผู้อื่นสวมชื่อไปแจ้งเป็นผู้มีรายได้ ให้รีบแจ้งเรื่องต่อกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
คาดว่าจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน และผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ โดยประชาชนที่ยื่นทบทวนสิทธิไม่ควรปล่อยให้ขั้นตอนค้าง หากระบบแจ้งให้แก้ไขข้อมูลหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม ต้องดำเนินการให้ครบภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อไม่ให้กระทบต่อการพิจารณาสิทธิ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขอให้ผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิติดตามสถานะผ่านเว็บไซต์โครงการอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการคลังคาดว่าจะประกาศผลการทบทวนสิทธิวันที่ 30 กันยายน 2569
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์รายใหม่จะต้องยืนยันตัวตน หรือ e-KYC ก่อนเริ่มใช้สิทธิ ขณะที่ผู้ได้รับสิทธิรายเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ โดยทั้งสองกลุ่มสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
สำหรับการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านสิทธิสามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือธนาคารกรุงไทย ได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ส่วนธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดให้ยืนยันตัวตนได้ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ถูกสวมชื่อเป็นรายได้ รีบแจ้งสรรพากร
อีกปัญหาที่พบจากการตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ ประชาชนบางรายพบว่ามีผู้อื่นนำชื่อของตนไปแอบอ้างว่าเป็นผู้มีรายได้ ทำให้ข้อมูลในระบบระบุว่ามีรายได้สูงกว่าความเป็นจริง จนไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
"กรณีนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องต่อกรมสรรพากร เพื่อยืนยันว่ารายได้ที่ปรากฏในระบบไม่ใช่รายได้ที่ตนได้รับจริง โดยกระทรวงการคลังจะเร่งตรวจสอบและให้ความสำคัญกับการคืนสิทธิให้ประชาชนก่อน จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่นำชื่อผู้อื่นไปใช้"
ผู้ป่วยติดเตียง-ผู้พิการ ต้องทำมอบอำนาจใหม่
ส่วนผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการที่ผ่านเกณฑ์ แต่ไม่สามารถเดินทางไปยืนยันตัวตนด้วยตัวเอง เป็นอีกกลุ่มที่กระทรวงการคลังเร่งดูแล เนื่องจากต้องจัดทำเอกสารมอบอำนาจใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน KYC ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อป้องกันการแอบอ้างตัวตน
นายวินิจกล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้ลงไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มดังกล่าวถึงที่ โดยเฉพาะการจัดทำเอกสารมอบอำนาจ เพื่อให้ดำเนินการยืนยันตัวตนได้ทันตามกำหนด
“คลังค่อนข้างห่วงกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการที่จำเป็นต้องยื่นมอบอำนาจใหม่ เพื่อปฏิบัติตามเกณฑ์ KYC ของ ธปท. อยากให้เร่งทำให้เสร็จตามกำหนด เพื่อให้การโอนจ่ายเงินเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 หากมีตัวตนจริงจะได้รับการรักษาสิทธิสำเร็จทุกราย โดยมีฝ่ายปกครองลงพื้นที่อำนวยความสะดวก”
เล็งเพิ่มร้านไทยช่วยไทยพลัสให้ใช้บัตรได้
นอกจากการเคลียร์สิทธิ กระทรวงการคลังยังหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้จ่าย โดยอยู่ระหว่างพิจารณาเปิดให้ร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 1 ล้านราย สามารถรับการใช้จ่ายจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ เช่นเดียวกับร้านธงฟ้า
แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มจุดใช้จ่ายให้ประชาชน โดยเฉพาะการซื้อสินค้าจากร้านค้าใกล้บ้าน ขณะที่ร้านค้ามีโอกาสเพิ่มยอดขาย แต่ร้านค้าที่จะเข้าร่วมยังต้องผ่านการตรวจสอบและคัดกรองก่อน จึงอาจไม่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานหลักในการรับสมัครและดูแลร้านค้า รวมถึงร้านรถพุ่มพวงและรถเข็น โดยตั้งเป้าเร่งดำเนินการให้ทันรองรับการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569



