อดีตทหารพรานพิการเหยียบกับระเบิด ซ้ำถูกรถหรูชนทั้งครอบครัว เมียแบกหนี้ค่าทนาย 7 หมื่น
ภรรยาวัย 42 ปี รับจ้างนวดวันละ 150 บาท ดูแลสามีและลูกสาววัย 8 ขวบ อาศัยกระต๊อบหลังคารั่ว นายอำเภอบ้านด่านเร่งประสานหน่วยงานช่วยเหลือ
ชีวิตพลิกผันของอดีตทหารพรานวัย 61 ปี ซึ่งพิการจากการเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องเผชิญเคราะห์ซ้ำหลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ทำให้ตนเอง ภรรยา และลูกสาววัย 8 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งครอบครัว ขณะที่ภรรยาต้องรับภาระดูแลคนในครอบครัวและแบกหนี้ค่าทนายความ 70,000 บาท ท่ามกลางความเป็นอยู่ที่ยากลำบากในบ้านพักทรุดโทรม
วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายเสกสรร จันวงษา นายอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวอดีตทหารพราน หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ขอความช่วยเหลือ ระบุถึงความยากลำบากในการดำรงชีวิตของอดีตทหารผ่านศึกที่ขาพิการจากการเหยียบกับระเบิด ต้องอาศัยอยู่ในบ้านลักษณะกระต๊อบ หลังคารั่ว ฝนตกเปียกทั้งหลัง บางวันต้องกินข้าวต้มใส่เกลือประทังชีวิต อีกทั้งยังประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บซ้ำเติม
จากการลงพื้นที่พบ นายสัญชัย ศรีสุธรรม อายุ 61 ปี จ.บุรีรัมย์ อดีตทหารพราน อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาววัย 8 ขวบ ในบ้านสภาพทรุดโทรม โดยนายสัญชัย เล่าว่า เมื่อปี 2529 ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แถบช่องบก จ.อุบลราชธานี ได้เหยียบกับระเบิด ทำให้สะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้ายจนพิการ เดินกะเผลก ก่อนที่ทางราชการทหารจะให้ลาออก และได้รับบัตรผู้พิการประเภท 3 (คือ ผู้ที่มีความบกพร่องในอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนไหว ) ในเวลาต่อมา
กระทั่งเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เคราะห์ร้ายเกิดขึ้นอีกครั้ง ขณะขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเพื่อไปซื้อสินค้ามาขายที่ร้านขายของชำในหมู่บ้าน ได้มีรถยนต์เก๋ง BMW ยางระเบิดและเสียหลักข้ามเลนพุ่งเข้าชน ทำให้นายสัญชัย ภรรยา และลูกสาววัย 8 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 3 คน โดยนายสัญชัยได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา กระดูกแตกเสียหายอย่างรุนแรง ขณะที่ภรรยากระดูกแขนซ้ายหัก 2 ท่อน ส่วนลูกสาวมีเลือดคั่งในสมอง
ด้านนางเอมอร ไชยขันธ์ อายุ 42 ปี ภรรยาของนายสัญชัย เปิดเผยว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ ตนต้องรับภาระดูแลสามีและลูกสาว โดยรับจ้างนวดแผนไทย ได้ค่าแรงวันละ 150 บาท หากมีลูกค้ามาใช้บริการ ส่วนสามีได้รับเงินช่วยเหลือผู้พิการและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรวมเดือนละ 1,400 บาท ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว
นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญภาระหนี้สิน หลังได้รับคำแนะนำจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้จ้างทนายความดำเนินการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของรถเก๋ง จึงต้องกู้หนี้ยืมสินมาเป็นค่าทนายความถึง 70,000 บาท ขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าตามที่ครอบครัวคาดหวัง
นางเอมอร กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการในขณะนี้คือหลังคาบ้านใหม่ที่สามารถกันแดดกันฝนได้ และห้องน้ำที่เหมาะสมสำหรับการขับถ่าย เนื่องจากสามีมีข้อจำกัดในการเดินและช่วยเหลือตัวเองได้ไม่สะดวก ขณะที่ตนเองก็ยังมีอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และต้องดูแลลูกสาวที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองไปพร้อมกัน
ด้านนายเสกสรร จันวงษา นายอำเภอบ้านด่าน กล่าวว่า เบื้องต้นได้มอบเงินส่วนตัวจำนวน 3,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พร้อมเตรียมประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว เพื่อให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป
ขอบคุณ... https://siamrath.co.th/regional/328562






