ตายายพิการชายแดนหนีสงคราม ซ้ำถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน!!
ตายายพิการชายแดนบุรีรัมย์ หนีตายสงครามเขมร แต่ถูกยัดเยียดรวยทิพย์ ตัดสิทธิ์บัตรคนจน เหตุระบบแจ้งครองรถ เกินกำหนด วอนรัฐทบทวนเกณฑ์
บุรีรัมย์ – สองตา ยายพิการ วัยกว่า 80 ปี ชาวตำบลโนนเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตัดพ้อชะตากรรม หลังต้องเผชิญผลกระทบจาก สงคราม การสู้รบและอพยพ หนีตาย หลายต่อหลายรอบ แต่กลับต้องมาเจอระบบคัดกรอง สวัสดิการแห่งรัฐ ยัดเยียดความรวยทิพย์และ ถูกตัดสิทธิ์ บัตรคนจน เพียงเพราะระบบแจ้งว่ามี รถ ในครอบครองเกินกำหนด ทั้งที่คันเก่าขายเป็นซาก เศษเหล็ก ไปนานกว่า 20 ปีแล้ว
นายฤทธิ์ กรมบัวภา อายุ 84 ปี ซึ่ง พิการทางการได้ยิน และ นางส่อง กรมบัวภา อายุ 80 ปี สายตาพล่ามัวและเดินลำบาก เปิดเผยว่า ชีวิตที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภัย สงครามชายแดน ต้องอพยพ หนีตาย หลายครั้ง และทุกวันนี้ยังต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง ไม่รู้จะรบกันอีกตอนไหน สังขารที่แก่ชราทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้ ต้องอาศัยเพียง เบี้ยคนชรา และ เบี้ยผู้พิการ รวมถึงเงินที่ลูกหลานหยิบยื่นให้ประทังชีวิต แต่เมื่อมีการลงทะเบียน โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อหวังนำเงินมาต่อลมหายใจ กลับพบว่า ตาฤทธิ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ คัดกรอง เนื่องจากระบบแจ้งว่ามี รถจักรยานยนต์ ในครอบครองเกินกว่าที่กำหนด
ความเป็นจริงในปัจจุบัน สองตายายมี รถจักรยานยนต์ สภาพกลางเก่ากลางใหม่ใช้อยู่เพียงคันเดียว ส่วนรถอีก 2 คันได้ขายเป็นซาก เศษเหล็ก ไปแล้วตั้งแต่ 20-30 ปีก่อน ในราคา 900 บาท เนื่องจากสภาพเก่าจนขับขี่ไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาสิทธิ์ ตาฤทธิ์ ได้ไปแจ้งข้อมูลกับขนส่งอำเภอประโคนชัยเพื่อยื่น อุทธรณ์ ตามขั้นตอนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ พร้อมตัดพ้อว่า "รัฐอย่ายัดเยียดความรวยทิพย์ให้ เพราะจนกว่านี้ก็คงเป็นขอทานแล้ว"
ด้าน ยายส่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนและสามีเคยได้รับสิทธิ์ บัตรคนจน มาโดยตลอด แต่รอบนี้สามีไม่ผ่านเกณฑ์เพราะระบบแจ้งว่ามี รถ เกิน ส่วนของตนเองได้ให้หลาน ลงทะเบียน ไปแล้ว แต่ระบบกลับแจ้งว่าไม่ได้ลงทะเบียน ทำให้ เสียสิทธิ์ ไปอย่างน่าเสียดาย
สองตา ยายพิการ จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาปรับปรุง ระบบคัดกรอง และ ทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไขใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะคนที่ลำบากจริงและได้รับผลกระทบจาก สงคราม กลับ ถูกตัดสิทธิ์ แต่คนที่ไม่ลำบากกลับผ่านเกณฑ์ จึงอยากให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือ คนเดือดร้อน ให้ได้รับ สวัสดิการรัฐ อย่างแท้จริง




