"ณัฐชา" จี้ "พม." ยับยั้งด่วน ปมดึงเงินกองทุนคนพิการคืนคลังกว่า 2.8 พันล้านบาท
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ เลขาธิการสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย แถลงกรณีรัฐบาลมีนโยบายจะดึงเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กลับคืนสู่คลังจำนวน 2,800 ล้านบาท
โดย นายณัฐชา กล่าวว่า กองทุนคนพิการนั้น เป็นกองทุนหมุนเวียนมีเงินอยู่ในกองทุน เรียกว่าสภาพคล่องขณะนี้มากเกินไป ซึ่งหมายความว่า ผู้จัดการกองทุนหรือผู้อำนวยการกองทุน โดยท่านอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ไม่ได้มีนโยบายหรือมีวิธีการในการที่บริหารจัดการให้ผู้พิการนั้นได้รับสิทธิประโยชน์ได้เข้าถึงเงื่อนไขของกองทุนได้มากเท่าที่ควร ทั้งนี้ ตามกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 33 กำหนดให้สถานประกอบการที่มีพนักงาน 100 คน ต้องจ้างคนพิการ 1 คน หากไม่จ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ หรือประมาณ 144,000 บาทต่อคนต่อปี
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ซึ่งการที่เงินเหลืออยู่ในกองทุนจำนวนมาก สะท้อนว่า เด้งที่หนึ่งคือเอกชนไม่จ้างงานคนพิการ และเด้งที่สองคือกองทุนไม่สามารถนำเงินนั้นไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ตามเป้าหมาย และการที่รัฐบาลเตรียมเรียกเงินคืน 2,800 ล้านบาท ตามหนังสือด่วนที่สุดจากกรมบัญชีกลาง ถือเป็นเด้งที่สาม ที่คนพิการต้องเผชิญ โดยเปรียบเทียบว่าเงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับการจ้างงานคนพิการถึง 2 หมื่นคน การดึงเงินออกไปจึงเป็นการซ้ำเติมผู้พิการที่ว่างงานอยู่แล้วให้ลำบากยิ่งขึ้น
นายณัฐชา กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น จึงเรียกร้องไปยัง นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เร่งกำชับและยับยั้งเรื่องนี้โดยด่วน โดยได้มีการยื่นหนังสือไปยังกระทรวงการคลังแล้ว ยืนยันว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนพิการทั่วประเทศ และขอให้ภาคสังคมร่วมติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด
ด้าน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เงินในกองทุนนี้ รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้สมทบเลย แต่มาจากนายจ้าง 100% และในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยจัดสรรงบประมาณแผ่นดินมาที่คนพิการโดยตรง ส่วนใหญ่ใช้เงินจากกองทุนนี้เป็นหลักในการดูแลคุณภาพชีวิตและให้กู้ยืมประกอบอาชีพ ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีความพยายามจะยึดเงินกองทุนลักษณะนี้ไปแล้วประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งทางสภาคนพิการได้ฟ้องต่อศาลปกครอง และศาลมีคำสั่งให้คืนเงินบางส่วนกลับมา เพื่อใช้ในการปล่อยกู้ให้คนพิการประกอบอาชีพ



