โรคสมองเสื่อม ป่วยทางจิต จากผูกติดกับการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมากเกินไป

แสดงความคิดเห็น

เด็กวัยประถมใช้งานแทปเล็ตและประชาชนใช้งานมือถือแบบสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีมีคุณประโยชน์ และก็มีโทษมหันต์ในเวลาเดียวกัน หากผู้ใช้เทคโนโลยีไม่รู้เท่าทัน หรือใช้งานอย่างไร้สติ ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อตนเองลามไปถึงสังคมระดับชาติตามลำดับ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาใหม่ นั่นคือคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ อุปกรณ์ไอทีนานัปการที่รายล้อมรอบกาย กำลังเป็นโรคสมองเสื่อมเพราะใช้ชีวิตผูกติดกับสมาร์ทโฟน เกมคอนโซล และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากเกินสมควร…. อย่าง คิม มิน-วู วัย 15 ปี ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความจำอย่างหนัก ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า คิม มิน-วู มีอาการเริ่มต้นของโรคความจำเสื่อมเนื่องจากใช้ชีวิตผูกติดกับเทคโนโลยีดิจิตอลมากเกินไป

ไม่น่าแปลกใจที่เด็กชายวัย 15 ปีคนนี้จะมีอาการผิดปกติเช่นนี้ เพราะเขาใช้เวลาเกือบ 10 ปีในช่วงชีวิตวัยเรียนรู้ ผูกติดกับอุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต ตั้งแต่อายุ 5 ปี จนทำให้เขากลายเป็นเด็กติดเกมขั้นรุนแรง ใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนหลายต่อหลายชั่วโมงในแต่ละวัน

มีการศึกษาพบว่าเยาวชนในเกาหลีใต้อายุมากกว่า 16 ปี มากกว่า 67% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตนเอง ซึ่งถือเป็นอัตราการครอบครองสมาร์ทโฟนของเยาวชนอายุระดับนี้มากที่สุดในโลก ซึ่งเกิดจากการเลียนแบบผู้ใหญ่ที่มีการพกสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานในชีวิตประจำ วันของชาวเกาหลีใต้ ส่วนตัวเลขของเด็กที่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตนเองในปัจจุบันอยู่ที่ 64.5% ของจำนวนประชากรวัยเด็ก เพิ่มขึ้นจากตัวเลข 21.4% ของประชากรวัยเด็กในปี 2554 ถึง 3 เท่า!!

มือถือสมาร์ทโฟน นอกจากนั้นประชากรวัยผู้ใหญ่ เยาวชน และเด็กยังเป็นกลุ่มที่ติดอินเทอร์เน็ตอย่างหนัก จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศตั้งแต่ยุคทศวรรษ 2543 และด้วยอาการติดอินเทอร์เน็ต และการใช้อุปกรณ์ไอทีต่างๆเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต ทำให้สังคมเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ นั่นคือการระบาดของโรคความจำเสื่อมดิจิตอล (digital dementia) โดยประชากรที่เป็นโรคนี้จะมีอาการความจำเสื่อมถอย หรือไม่รับรู้สภาพสังคม คนรอบข้าง หรือโลกภายนอก ตามมาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือในรายที่มีอาการหนักอาจจะมีอาการป่วยทางจิต ที่เรียกว่า "จิตเวช" ตามมา ขณะที่สำนักประเมินและตรวจสอบคุณภาพการให้บริการสุขภาพแห่งรัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ วัยระหว่าง 20-40 ปี เพิ่มขึ้นจาก 1,160 รายในปี 2551 เป็น 1,585 รายในปี 2555 ซึ่งส่อเค้าของการระบาดของโรคความจำเสื่อมดิจิตอลในสังคมเกาหลี

นพ.คิม ยัง-โบ แห่งศูนย์การแพทย์จิล แห่งมหาวิทยาลัยเกชอน อธิบายว่า อุปกรณ์ไอทีเป็นตัวบ่อนทำลายระบบความจำในสมองเพราะอรรถประโยชน์ของอุปกรณ์ไอทีที่ช่วยเหลือผู้ใช้ได้แทบทุกอย่างทำให้ผู้ใช้ไม่ใส่ใจที่จะใช้สมองในการจดจำอะไรอีกต่อไป เพราะการใช้สมาร์ทโฟนจะกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้าย ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับจินตนาการ และการเรียบเรียงเหตุผล มากกว่าซีกขวาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงอารมณ์ และความจำทำให้กลายเป็นโรคสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็ว

เกาหลีใต้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และมีการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง เช่น การใช้สมาร์ทโฟนแทนบัตรเครดิต บัตรรถไฟฟ้า หรือการจับจ่ายสินค้าประจำวันก็ทำได้ผ่านสมาร์ทโฟน เช่นเดียวกับเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่ขึ้นชื่อระดับโลก ก็มาจากเกาหลีใต้ ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ชาวเกาหลีจะ "เสพติด" อุปกรณ์ไอทีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างหนัก จนทำให้สุขภาพจิตเลวร้ายลงกลายเป็นปัญหาระดับชาติ และเป็นบทเรียนราคาแพงที่ประเทศอื่นๆ ต้องเรียนรู้ไว้เพื่อหาทางป้องกันล่วงหน้า..โดย... ไซเบอร์แบต

ขอบคุณ... http://www.komchadluek.net/detail/20130630/162236/โรคสมองเสื่อมดิจิตอลบทเรียนแสนแพงจากแดนกิมจิ.html#.Uc-Lgjcs2yg

ที่มา: คมชัดลึกออนไลน์/มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย 30 มิ.ย.56
วันที่โพสต์: 30/06/2556 เวลา 03:41:41 ดูภาพสไลด์โชว์ โรคสมองเสื่อม ป่วยทางจิต จากผูกติดกับการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมากเกินไป

แสดงความคิดเห็น

รอตรวจสอบ
จัดฟอร์แม็ต ดูการแสดงผล

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

รอตรวจสอบ

ยกเลิก

รายละเอียดกระทู้

เด็กวัยประถมใช้งานแทปเล็ตและประชาชนใช้งานมือถือแบบสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีมีคุณประโยชน์ และก็มีโทษมหันต์ในเวลาเดียวกัน หากผู้ใช้เทคโนโลยีไม่รู้เท่าทัน หรือใช้งานอย่างไร้สติ ก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อตนเองลามไปถึงสังคมระดับชาติตามลำดับ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาใหม่ นั่นคือคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ อุปกรณ์ไอทีนานัปการที่รายล้อมรอบกาย กำลังเป็นโรคสมองเสื่อมเพราะใช้ชีวิตผูกติดกับสมาร์ทโฟน เกมคอนโซล และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากเกินสมควร…. อย่าง คิม มิน-วู วัย 15 ปี ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความจำอย่างหนัก ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า คิม มิน-วู มีอาการเริ่มต้นของโรคความจำเสื่อมเนื่องจากใช้ชีวิตผูกติดกับเทคโนโลยีดิจิตอลมากเกินไป ไม่น่าแปลกใจที่เด็กชายวัย 15 ปีคนนี้จะมีอาการผิดปกติเช่นนี้ เพราะเขาใช้เวลาเกือบ 10 ปีในช่วงชีวิตวัยเรียนรู้ ผูกติดกับอุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต ตั้งแต่อายุ 5 ปี จนทำให้เขากลายเป็นเด็กติดเกมขั้นรุนแรง ใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนหลายต่อหลายชั่วโมงในแต่ละวัน มีการศึกษาพบว่าเยาวชนในเกาหลีใต้อายุมากกว่า 16 ปี มากกว่า 67% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตนเอง ซึ่งถือเป็นอัตราการครอบครองสมาร์ทโฟนของเยาวชนอายุระดับนี้มากที่สุดในโลก ซึ่งเกิดจากการเลียนแบบผู้ใหญ่ที่มีการพกสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานในชีวิตประจำ วันของชาวเกาหลีใต้ ส่วนตัวเลขของเด็กที่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตนเองในปัจจุบันอยู่ที่ 64.5% ของจำนวนประชากรวัยเด็ก เพิ่มขึ้นจากตัวเลข 21.4% ของประชากรวัยเด็กในปี 2554 ถึง 3 เท่า!! มือถือสมาร์ทโฟนนอกจากนั้นประชากรวัยผู้ใหญ่ เยาวชน และเด็กยังเป็นกลุ่มที่ติดอินเทอร์เน็ตอย่างหนัก จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศตั้งแต่ยุคทศวรรษ 2543 และด้วยอาการติดอินเทอร์เน็ต และการใช้อุปกรณ์ไอทีต่างๆเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ต ทำให้สังคมเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ นั่นคือการระบาดของโรคความจำเสื่อมดิจิตอล (digital dementia) โดยประชากรที่เป็นโรคนี้จะมีอาการความจำเสื่อมถอย หรือไม่รับรู้สภาพสังคม คนรอบข้าง หรือโลกภายนอก ตามมาด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือในรายที่มีอาการหนักอาจจะมีอาการป่วยทางจิต ที่เรียกว่า "จิตเวช" ตามมา ขณะที่สำนักประเมินและตรวจสอบคุณภาพการให้บริการสุขภาพแห่งรัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า จำนวนผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ วัยระหว่าง 20-40 ปี เพิ่มขึ้นจาก 1,160 รายในปี 2551 เป็น 1,585 รายในปี 2555 ซึ่งส่อเค้าของการระบาดของโรคความจำเสื่อมดิจิตอลในสังคมเกาหลี นพ.คิม ยัง-โบ แห่งศูนย์การแพทย์จิล แห่งมหาวิทยาลัยเกชอน อธิบายว่า อุปกรณ์ไอทีเป็นตัวบ่อนทำลายระบบความจำในสมองเพราะอรรถประโยชน์ของอุปกรณ์ไอทีที่ช่วยเหลือผู้ใช้ได้แทบทุกอย่างทำให้ผู้ใช้ไม่ใส่ใจที่จะใช้สมองในการจดจำอะไรอีกต่อไป เพราะการใช้สมาร์ทโฟนจะกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้าย ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับจินตนาการ และการเรียบเรียงเหตุผล มากกว่าซีกขวาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงอารมณ์ และความจำทำให้กลายเป็นโรคสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็ว เกาหลีใต้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และมีการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง เช่น การใช้สมาร์ทโฟนแทนบัตรเครดิต บัตรรถไฟฟ้า หรือการจับจ่ายสินค้าประจำวันก็ทำได้ผ่านสมาร์ทโฟน เช่นเดียวกับเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่ขึ้นชื่อระดับโลก ก็มาจากเกาหลีใต้ ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ชาวเกาหลีจะ "เสพติด" อุปกรณ์ไอทีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างหนัก จนทำให้สุขภาพจิตเลวร้ายลงกลายเป็นปัญหาระดับชาติ และเป็นบทเรียนราคาแพงที่ประเทศอื่นๆ ต้องเรียนรู้ไว้เพื่อหาทางป้องกันล่วงหน้า..โดย... ไซเบอร์แบต ขอบคุณ... http://www.komchadluek.net/detail/20130630/162236/โรคสมองเสื่อมดิจิตอลบทเรียนแสนแพงจากแดนกิมจิ.html#.Uc-Lgjcs2yg

จัดฟอร์แม็ตข้อความและมัลติมีเดีย

  1. เพิ่ม
  2. เพิ่ม ลบ
  3. เพิ่ม ลบ
  4. เพิ่ม ลบ
  5. เพิ่ม ลบ
  6. เพิ่ม ลบ
  7. เพิ่ม ลบ
  8. เพิ่ม ลบ
  9. เพิ่ม ลบ
  10. ลบ
เลือกการตกแต่งที่ต้องการ

ตกลง ยกเลิก

รายละเอียดการใส่ ลิงค์ รูปภาพ วิดีโอ เพลง (Soundcloud)

Waiting...